เมื่อต้องเคลมประกันรถยนต์

เมื่อเราได้ทำประกันรถยนต์ไว้แล้ว แน่นอนว่าเราก็หวังจะให้ทางบริษัทประกัน เป็นคนที่ช่วยดูแลความเสี่ยง และชดเชยค่าเสียหายให้กับเรา ได้อย่างคุ้มค่าเมื่อถึงเวลา

แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเราจะจ่ายเบี้ยประกันอย่างต่อเนื่อง ก็คงไม่มีใครที่ภาวนาให้วันเคลมประกันมาถึงอย่างแน่นอน เพราะนั่นก็หมายถึงว่า คุณจะต้องประสบอุบัติเหตุ จนทำให้รถยนต์ของคุณเกิดความเสียหาย



นอกจากนั้น บางบริษัทประกัน ยังทำให้ผู้เอาประกันเกิดอาการปวดหัวตามมาเนื่องมาจากการเคลมที่ล่าช้า และไม่ได้มาตรฐาน จนทำให้เกิดความไม่ยุติธรรมเกิดขึ้นกับผู้เอาประกันได้

 

สำหรับผู้ที่เพิ่งจะเป็นผู้ซื้อประกันมือใหม่ และยังไม่เคยมีประสบการณ์เคลมรถยนต์มาก่อน อาจจะต้องมีการเตรียมข้อมูลหลักฐานต่างๆ เอาไว้ให้พร้อม

เพื่อจะได้รวดเร็ว หากเกิดเหตุการณ์อันไม่คาดฝัน และทำให้เราไม่ถูกเอาเปรียบ หรือสูญเสียค่าสินไหมไปอย่างน่าเสียดาย

 

สิ่งแรกที่ผู้เอาประกันต้องทราบก็คือ

 

1. เมื่อเจออุบัติเหตุแล้ว ควรตั้งสติและเปิดไฟฉุกเฉินที่รถเอาไว้

จากนั้นให้รีบโทรแจ้งบริษัทประกันทันที เพื่อให้พนักงานเข้ามาตรวจสอบ และประเมินค่าความเสียหาย

โดยห้ามมีการเคลื่อนย้ายสิ่งใดๆ ออกไปจากจุดเกิดเหตุ เพราะอาจจะทำให้เราเกิดเสียเปรียบได้ หากเป็นฝ่ายถูก

 

2. สิ่งที่เราจะต้องรู้ไว้ เพื่อแจ้งทางบริษัทประกันภัยก็คือ

เลขที่กรมธรรม์หรือเลขทะเบียนรถยนต์ สถานที่ ลักษณะเหตุที่เกิดขึ้น รวมไปถึงรายละเอียดต่างๆ อย่างครบถ้วน จะช่วยให้การเคลมเกิดขึ้นได้รวดเร็ว

 

3. หากพบว่ารถยนต์ของเราเป็นฝ่ายถูก

ให้จดเลขทะเบียนรถของคู่กรณี ชื่อ ที่อยู่ รวมไปถึงของพยาน กรณีถ้ามี เพื่อใช้เป็นข้อมูลสำหรับในการดำเนินการต่างๆ

 

หลังจากการตรวจสอบต่างๆ เกิดขึ้นแล้ว

หากรถยนต์ของผู้เอาประกันได้รับการเคลม ตามที่ระบุเอาไว้ในกรมธรรม์ โดยจะมีทางเลือกให้ว่า จะซ่อมผ่านศูนย์หรืออู่ในเครือของบริษัทประกัน

พนักงานเคลม จะมอบเอกสารที่เป็นเลขเคลมให้กับเรา เอาไว้ใช้ในการเข้าเคลมรถยนต์ โดยยื่นเอกสารนี้ให้กับทางอู่ซ่อม

ทางบริษัทจะเป็นผู้พิจารณาเองว่า ผู้เอาประกันจะได้รับการเปลี่ยนอะไหล่หรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าความเสียหายนั้นรุนแรง จนไม่อาจจะซ่อมได้แล้ว

 

ส่วนกรณีที่ผู้เอาประกัน ต้องการซ่อมผ่านศูนย์หรืออู่นอกเครือ

จะต้องแจ้งกับทางบริษัทประกันเอาไว้ด้วย ซึ่งพนักงานเคลม จะพิจารณาและจ่ายค่าซ่อมให้ เทียบเท่ากับค่าซ่อมในเครือ

ส่วนต่างอื่นๆ ผู้เอาประกันจะต้องเป็นคนรับผิดชอบด้วยตนเอง แต่อาจจะมีข้อดีตรงที่ เราสามารถควบคุมการซ่อมได้ด้วยตัวเอง มากกว่าการซ่อมในเครือที่ไม่มีทางเลือกอื่นๆ ให้นอกจากตามสัญญาในประกัน

 

ทั้งนี้ ผู้เอาประกันควรพกเอกสารสำคัญต่างๆ ที่ต้องใช้เกี่ยวข้องกับการแจ้งข้อมูลประกัน เมื่อเกิดเหตุติดตัวเอาไว้อยู่เสมอ เพื่อความถูกต้องและรวดเร็ว ในการเคลมได้อย่างเหมาะสมนั่นเอง